เสาร์ ๕ ตามรอยเปิดชีวิตอีที หมอดูก้องโลกแห่งพม่า ทาง มิราเคิล ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้


รายการเสาร์ ๕ เดินทางไปไกลถึงประเทศพม่า เพื่อไปตามรอยชีวิตหมอดูอีที หมอดูญาณสัมผัส เธอสามารถดูดวงได้อย่างแม่นยำเหมือนตาเห็น หากใครอยากดูดวงกับเธอก็จะต้องจองคิว ซึ่งอาจจะต้องรอคิวดูดวงกันข้ามปีเลยทีเดียว แม้ว่าราคาดูดวงของหมอดูอีทีนั้นมีราคาสูงถึง 1,000 -10,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 30,000 – 300,000 บาททีเดียว แต่คิวดูดวงกับอีทีนั้นไม่เคยว่าง และที่สำคัญไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการพยากรณ์จากเธอ ทำไมนัก ธุรกิจหรือนักการเมืองดัง ๆ ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลและยอมเสียเงินจำนวนมากให้กับหมอดูอีที ทีมงานรายการเสาร์ ๕ จะไปหาคำตอบมาฝากแฟนๆรายการครับ

รายการเสาร์ ๕ ได้รับเกียรติจากหมอดูอีทีให้เข้าไปตามติดชีวิตของเธออย่างใกล้ชิด เราจึงส่งทีมงานเสาร์ ๕ บินไปหาหมอดูอีทีทันที ภาระกิจนั้นไม่ใช่แค่ไปพิสูจน์การ พยากรณ์ของอีทีว่าแม่นยำขนาดไหน แต่เรานำคำถามที่คนไทยหลายคนอยากรู้เกี่ยวกับคำทำนายในปี 2012 ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง มาฝาก แฟนๆ รายการเสาร์ ๕ ไม่เพียงแค่นั้นหมอดูอีทียังเปิดโอกาสให้เข้าไปพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับครอบครัวของเธอ ซึ่งพวกเขายินดีที่จะเปิดเผยเรื่องราวความมหัศจรรย์ของ อีทีให้กับรายการเสาร์ ๕ อย่างหมดเปลือก และที่พิเศษไปกว่านั้นหมอดูอีทีจะพาไปร่วมทำบุญที่เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ของพม่า และยังพาไปเยี่ยมชมวัดที่เธอ สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงจากค่าดูดวงของเธอเองอีกด้วย ซึ่งภาพที่เรานำมาฝากนั้นถือว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ไม่มีรายการใดบันทึกภาพนี้ได้ เรายังได้แขกรับเชิญพิเศษ เป็นคุณหนุ่ม คงกะพัน แสงสุริยะ เดินทางร่วมทริปประวัติศาสตร์ทริปนี้กับเราด้วย ที่สำคัญคุณหนุ่มยังได้มีโอกาสให้หมอดูอีทีดูดวงให้แบบ Exclusive แต่ คำทำนายของหมอดูอีทีทำให้คุณหนุ่มต้องช็อคทีเดียว ถึงกับหลุดพูดว่า “เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นะ อีทีเขารู้ได้ไงเนี่ย” แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้นคุณหนุ่มจะมาเปิดอกให้ สัมภาษณ์หลังจากดูดวงกับหมอดูอีทีว่าช็อคแค่ไหน ติดตามการตามรอยชีวิตหมอดูอีที หมอดูก้องโลกแห่งพม่า ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนในรายการเสาร์ ๕ ทางมิราเคิล ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ห้ามพลาด.......แล้วคุณจะทึ่งกับความมหัศจรรย์ของหมอดูอีที


“เมฆ” วินัย อึด ใช้ความอดทนสูง สวมบท “พญาเวตาล” หมดสิทธิ์กินและถ่ายทุกข์


สลัดคราบพระเอกหล่อล่ำออกไปอย่างสิ้นเชิง ยอมพลิกคาแรคเตอร์ ปรับเปลี่ยนแปลงโฉมทั้งใบหน้าและลำตัว จนแฟนละครบางคนก็ยังจำไม่ได้ว่าเป็นพระเอกร้อยล้าน “เมฆ” วินัย ไกรบุตร ที่มาสวมบทเป็น“พญาเวตาล” ในละครเรื่อง “ลูกผู้ชายไม้ตะพด” ซึ่ง “เมฆ” ก็ดูจะถูกอกถูกใจชอบตัวละครตัวนี้เป็นพิเศษ และต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในการทำงาน ขณะที่ต้องสวมบท เป็น “พญาเวตาล” นี้ด้วย

โดย “เมฆ” เล่าว่า “พอกันตนาติดต่อมาและได้คุยถึงตัวละครนี้ ผมก็บอกกับตัวเองทันทีว่าเป็นบทที่ท้าทายและแปลกใหม่ที่สุด ซึ่งไม่มีตัวละครแบบนี้มาให้เล่นบ่อยๆหรอก และถ้าผมไม่รับบทพญาเวตาลนี้ ผมคงต้องเสียใจไปจนตาย คือผมไม่ยึดติดกับบทพระเอกนะ และพอใจที่จะได้รับบทบาทที่ท้าทายใหม่ๆอยู่เสมอ จนถึงวันนี้ผมบอกได้เลยว่าตัดสินใจถูกจริงๆที่รับบทนี้ ที่รับเล่นประเด็นหลักเลยเพราะเคยฝันว่าอยากจะเล่นเป็นตัวละครประหลาดๆแบบนี้อยู่แล้ว เพราะผมชอบตัวละครที่ชื่อว่า “กอลลัม” ในภาพยนตร์เรื่อง “เดอะลอร์ดออฟเดอะลิงค์” พอมารับบทพญาเวตาลนี้ก็เลยกลับไปดูเรื่องนี้อีกครั้ง ได้ดูท่าทางของตัวกอลลัมแล้วเอามาดัดแปลงเป็นคาแรคเตอร์ของพญาเวตาลด้วย ถูกใจที่สุดที่ได้สวมบทตัวละครนี้ ทั้งที่ไม่ง่ายเลยและการทำงานค่อนข้างลำบากกว่าคนอื่นเยอะ แรกๆผมต้องใช้เวลาแต่งหน้าแปลงโฉมแต่งตัวกว่าห้าชั่วโมงเลยนะ กว่าจะได้เข้าฉาก หลังๆทำเวลาดีขึ้นใช้เวลาลดลงเหลือแค่กว่าสามชั่วโมง ไม่เพียงแค่นี้ส่วนใหญ่โลเกชั่นที่ถ่ายทำจะร้อนมาก โดยเฉพาะตอนนี้เป็นหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด ผมก็จะมีหงุดหงิดบ้าง เพราะหน้าของผมจะต้องให้ช่างคอยเติมกาวคอยแต่งส่วนที่ละลายไปบ้างอยู่ตลอดทั้งวัน มันทำให้รู้สึกหนักและเหนียวที่หน้าบวกกับเจออากาศที่ร้อนเหงื่อไคลไหลย้อยเนื้อตัวที่แต่งไว้เหมือนกันก็จะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปหมด แล้วชุดที่ผมใส่ก็จะหนาอีกต่างหาก ส่วนมือผมก็แต่งและติดเล็บยาวเฟื้อย เป็นเหตุให้ผมไม่สามารถเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายทุกข์ทั้งเบาและหนักได้เลย ต้องอดทนกันไปจนกว่าจะหมดคิวในวันนั้น มันทรมาณตรงจุดนี้นี่แหละ อีกอย่างคือผมไม่สามารถกินอาหารอะไรได้เลยเหมือนกันถ้าอยู่ในสภาพของเวตาล เพราะหน้ากากยางมันไม่เอื้ออำนวยให้กินได้สะดวก มันต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในหลายเรื่องจริงๆเวลาที่มาเข้าฉากแต่ละครั้ง ซึ่งก็ทำให้ผมเป็นคนรู้จักอดทนมากขึ้นด้วย ส่วนในเรื่องของการแอ็คติ้งก็ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเหมือนกัน เริ่มจากการเดินต้องย่างเท้าเดินช้าๆ ต้องทำท่าทางยกมือประกอบเวลาพูด ผมต้องฝึกจังหวะของลมหายใจด้วย เพราะเวลาพูดจะต้องเน้นเสียงและออกช้าๆยานๆหน่อย กว่าจะพูดจบแต่ละประโยคหนื่อยครับ ผมตั้งใจมากกับการสวมบทตัวละครตัวนี้และหวังว่าแฟนละครคงจะชอบกันนะครับ”

“เคลลี่ ธนพัฒน์” ถึงจะรับบทเป็นพ่อ ก็ยังเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนละครดังสนั่น


ถึงจะรับบทเป็นพ่อของ “ พอร์ช” ศรันย์ ศิริลักษณ์ ในละครเรื่อง “ลูกผู้ชายไม้ตะพด” แต่ “เคลลี่ ธนพัฒน์” ก็ยังเป็นหนุ่มหล่อที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนละครทั้งสาวแท้ สาวเทียมได้ดังสนั่น โดยเฉพาะฉากที่ต้องอยู่ในชุดลูกผู้ชาย สวมกางเกงรัดรูป แถมโชว์ให้เห็นหน้าอกแน่นๆ กล้ามแขนเป็นมัดๆ ก็ทำเอาแฟนละครไม่อยากละสายตาไปจากจอแก้ว ส่งผลให้เรตติ้งละครตอนนี้ ทะลุไปที่ 17 แล้วจ้า

“ฉัตร” อ่วม เล่นละครบู๊ ได้แผลกลับบ้านตลอด


ลงเล่นละครบู๊เรื่องแรกในละครเรื่อง “ลูกผู้ชายไม้ตะพด” ทำนางเอกผิวโอโม่ “ฉัตร” ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร อ่วม ได้รอยฟกช้ำดำเขียวและแผลขีดข่วนกลับบ้านไปเกือบทุกคิว แต่ไม่เข็ดบอกว่าชอบ สนุกได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ถ้ามีแนวบู๊ก็อยากเล่นอีก ออกปากดีใจได้ร่วมงาน “พอร์ช” ศรันย์ ศิริลักษณ์ ทำให้ไม่ค่อยเกร็ง

โดยฉัตรบอกว่า “ รับบทเป็นอบเชยค่ะ เป็นลูกนักมวยเก่า เป็นคนห้าวๆลุยๆ คิวบู๊แน่นมากเลยค่ะ คือเราจะต้องปกป้องพระเอกตลอดเพราะว่าเค้ามีเรื่องบ่อยมาก บู๊เต็มๆทั้งชกเตะต่อยก็ไปเรียนเพิ่มเติมค่ะเรียนมวยและ ศิลปะป้องกันตัว ยอมรับค่ะว่ายากและเหนื่อยมาก กลับบ้านนี่ถึงกับหมดแรงหลับไม่รู้ตัวเลยค่ะ คือพอในเรื่องเราต้องเก่งคิวบู๊บางฉากเราก็จะมีท่ายากขึ้น อย่างกลิ้งตัวไปบนลังพอร์ชข้ามไปบู๊กับพี่ตั๊ก ตรงนี้กว่าจะทำได้ฝึกอยู่นาน มาก แรกๆกลิ้งปุ๊บหล่นตุ๊บลงพื้นตลอด หัวเข่าระบมไปหมด (หัวเราะ) ยังดีนะคะที่มีครูสอนคิวบู๊ให้หน้ากองทุกครั้งค่ะ เล่นละครบู๊ก็ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอด ฉัตรใช้วิธีออกกำลังกาย ซิทอัฟบ้างสก็อตจั๊มบ้างเพื่อให้ กล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้น ก็ช่วยได้เยอะนะคะ แล้วเรื่องนี้ส่วนใหญ่ฉัตรจะต้องใส่กางเกงขาสั้น เข้าฉากบู๊ทีไรจะต้องมีรอยฟกช้ำดำเขียวแล้วก็แผลขีดข่วนกลับบ้านด้วยทุกครั้ง แต่ไม่ท้อและไม่เข็ดนะคะ สนุกดี มีแนวบู๊ก็อยาก เล่นอีก ได้ประสบการณ์และคิวบู๊จากเรื่องนี้ไปเยอะ และยังได้เล่นอะไรที่ไม่เคยเล่นเยอะมากด้วย ปกติก็จะคาแรคเตอร์เรียบร้อย อ่อนหวาน เรื่องนี้นี่ฉีกคาแรคเตอร์หมดเลย ต้องแก่น และเข้มแข็ง มันก็ทำให้การใช้ชีวิตจริงของ เราเข้มแข็งขึ้นด้วย เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับพอร์ชเป็นครั้งแรก ก็ดีใจนะคะ เพราะรู้จักกันมาก่อน เวลาเข้าฉากด้วยก็จะไม่ค่อยเกร็ง แต่เวลาที่เข้าฉากกุ๊กกิ๊กกัน พอร์ชจะชอบแหย่ ชอบแกล้ง ก็จะหลุดขำบ่อย แล้วเวลาอยู่ในกองก็ สนุกมาก อย่างพอร์ช มิกค์ แน็ต ธันวา ก็รุ่นๆเดียวกันหมดเลย หรือจะเป็นพี่เคลลี่กับพี่ตั๊กทุกคนแบบเป็นคนสนุกสนาน คอยดูแลน้อง ชอบไปกองนี้มากค่ะ ฝากติดตามละครเรื่องลูกผู้ชายไม้ตะพดด้วยนะคะ”

“พอร์ช” ศรัณย์ การันตีว่าละครเรื่อง “ลูกผู้ชายไม้ตะพด” เรื่องนี้สนุกแน่นอน


ละครเรื่อง “ลูกผู้ชายไม้ตะพด” ออกอากาศแล้วในวันศุกร์ที่ 9 มี.ค.นี้ คนที่ดีใจที่สุด คงเป็นพระเอก “พอร์ช” ศรัณย์ ศิริลักษณ์ เพราะหน้าตาหล่อๆได้หายไปจากผลงานละครในจอแก้วไปนาน แถมใน เรื่องนี้พอร์ชบอกตั้งใจทำงานเต็มที่จริงๆ วันว่างจะซ้อมคิวบู๊ทุกวัน เรียกว่าชาร์ตแบตมาเต็มที่ก่อนเข้าฉากบู๊ทุกครั้ง แถมการันตีว่าเรื่องนี้สนุกแน่นอน เอ้า..แฟนละครอย่าลืมติดตามดูกันด้วยนะคะ
You are here: Home